ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน
นักวิจัย : อัฉราพรรณ นิลเถื่อน
คำค้น : วิทยาศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , การเรียน , การสอน , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน , Science -- Study and teaching (Secondary) , Learning , Teaching , Academic achievement
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33330
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์แบบการเรียนของนักเรียนและแบบการสอนของครูในวิชาวิทยาศาสตร์ 2) วิเคราะห์ความสอดคล้องของแบบการเรียนของนักเรียนกับแบบการสอนของครูในวิชาวิทยาศาสตร์ และ 3) วิเคราะห์ขนาดอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 857 คน ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยตัวแปรต้น 3 ตัวแปร คือ แบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอน และตัวแปรตาม 2 ตัวแปร คือ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์ไค-สแควร์ การวิเคราะห์สถิติทีแบบเป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ LISREL ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีแบบการเรียนแบบประยุกต์มากที่สุดในขณะที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ รองลงมาคือ แบบคิดอเนกนัย แบบคิดเอกนัย และแบบซึมซับ ตามลำดับ และนักเรียนรับรู้ว่าครูวิทยาศาสตร์ มีแบบการสอนแบบซึมซับมากที่สุด รองลงมาคือ แบบคิดเอกนัย แบบประยุกต์ และแบบคิดอเนกนัย ตามลำดับ 2) นักเรียนส่วนใหญ่รับรู้ว่ามีแบบการเรียนไม่สอดคล้องกับแบบการสอนของครู(ร้อยละ 84.130) และ 3) โมเดลการวิจัยมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีค่า χ² = 10.455, df = 20, p = 0.959, GFI = 0.998 และ AGFI = 0.991 โดยตัวแปรผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ได้รับอิทธิพลทางตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตัวแปรเจตคติต่อวิทยาศาสตร์มากที่สุด รองลงมาคือ ตัวแปรแบบการสอน ตัวแปรแบบการเรียน และตัวแปรความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอน มีขนาดอิทธิพล 0.780 -0.308 0.102 และ -0.075 ตามลำดับ และแบบการเรียนและแบบการสอน มีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน

บรรณานุกรม :
อัฉราพรรณ นิลเถื่อน . (2553). อิทธิพลของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัฉราพรรณ นิลเถื่อน . 2553. "อิทธิพลของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัฉราพรรณ นิลเถื่อน . "อิทธิพลของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
อัฉราพรรณ นิลเถื่อน . อิทธิพลของแบบการเรียน แบบการสอน และความสอดคล้องของแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแปรส่งผ่าน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.