ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร
นักวิจัย : วัชพล โฆษะโก
คำค้น : ความร้อน -- การถ่ายเท , อาคาร -- การอนุรักษ์พลังงาน , อาคาร -- การใช้พลังงาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรรจน์ เศรษฐบุตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30486
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

เรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการใช้พลังงาน ของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคารรูปทรงต่างๆ กับอาคารทั่วไปที่ไม่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร ในทิศทางต่างๆ โดยศึกษาเฉพาะอาคารสำนักงานขนาดกลางในประเทศไทย ที่มีการใช้งานในเวลากลางวัน การศึกษาใช้วิธีการจำลองด้วยโปรแกรม VisualDOE 4.0 สำหรับคำนวณหาค่าการใช้พลังงานของอาคารและหาค่า OTTV ตามกฎกระทรวงพลังงาน พ.ศ.2552 เพื่อประเมินผลดีหรือผลเสียของอาคารทั้ง 2 ประเภท คือ 1) อาคารอ้างอิงที่ไม่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคารขนาด 30X30 ตร.ม. จำนวน 7 ชั้น สูงชั้นละ3 ม. (Base case) และ 2) อาคารรูปทรงต่างๆ ความสูงเท่ากัน (Design case) โดยแบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ 2.1) Base case และ Design case มีรูปทรงแตกต่างกัน 2.2) Base case และ Design case รูปทรงคล้ายกันเป็นอาคารที่มีส่วนนูนและส่วนเว้า 2.3) Base case และ Design case มีรูปทรงเหมือนกันแต่มีร่นระยะกระจกเข้าอาคาร จากการวิจัยพบว่าในอาคาร Design caseประเภทที่ 1 และ 2 อาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคารมีการใช้พลังงานมากกว่าอาคารที่ไม่มีการบังแดด ซึ่งมากขึ้นตามอัตราส่วนพื้นที่ผนังต่อพื้นที่อาคารที่มากขึ้น และDesign case ประเภทที่ 1 ยิ่ง WWR เพิ่ม การเพิ่มการใช้พลังงานทำความเย็นยิ่งมีเปอร์เซ็นเพิ่มขึ้น ขณะที่ Design caseประเภทที่ 2 เมื่อ WWR เพิ่ม การเพิ่มการใช้พลังงานทำความเย็นยิ่งมีเปอร์เซ็นลดลง และอาคารที่มีผังพื้นตามทิศจะใช้พลังงานการทำความเย็นในอาคารต่ำกว่าอาคารที่มีผังพื้นทำมุม 45° แต่อาคาร Base case และ Design case มีค่า OTTV เท่ากันเนื่องจากอาคารทั้ง 2 ประเภทไม่มีการบังแดดให้หน้าต่าง อาคารทั้งสองจึงมีค่า SC=1 ใน Design case ประเภทที่ 3 อาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคารที่มีร่นระยะกระจกเข้าอาคาร มีการใช้พลังงานต่ำกว่าอาคารที่ไม่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร และมีค่า OTTV ที่ต่ำกว่า Base case เพราะการร่นระยะกระจกเข้าอาคาร ทำให้ค่า SC ลดลง ค่า OTTV จึงลดลงตามไปด้วย ผลการวิจัยสรุปได้ว่าค่า OTTV ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ยังไม่ครอบคลุมรูปทรงอาคารที่หลากหลาย ควรเพิ่มตัวแปรในการคำนวณ เพื่อให้ได้ค่า OTTV ที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น และอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคารที่มีการใช้พลังงานทำความเย็นลดลงมากที่สุดคือ Design case ประเภทที่ 3 ซึ่งเป็นอาคารที่มีส่วนของอาคารที่เป็นส่วนทึบบังส่วนโปร่งแสงของอาคาร ต่างจาก Design case ประเภทที่ 1 ที่ส่วนของอาคารบังส่วนโปร่งแสงได้ไม่มาก หรือ Design case ประเภทที่ 2 ที่ใช้ส่วนโปร่งแสงบังส่วนโปร่งแสง ค่าการใช้พลังงานในอาคารจึงไม่ลดลง

บรรณานุกรม :
วัชพล โฆษะโก . (2554). ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชพล โฆษะโก . 2554. "ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชพล โฆษะโก . "ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
วัชพล โฆษะโก . ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารที่มีการบังแดดด้วยรูปทรงอาคาร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.