ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของมวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร ในเขตร้อนชื้น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของมวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร ในเขตร้อนชื้น
นักวิจัย : พิชญะ เพียรพัฒนางกูร
คำค้น : ความร้อน -- การถ่ายเท , อาคาร -- การอนุรักษ์พลังงาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรรจน์ เศรษฐบุตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30440
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

งานวิจัยนี้ศึกษามวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานภายในอาคาร 2 ประเภท คือ บ้านพักอาศัย และอาคารสำนักงาน โดยทำการศึกษาด้วยการจำลองผลจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ VisualDOE4.0 โดยเปลี่ยนตัวแปรจำลองผลไปทั้งสิ้น 5,184 กรณี สำหรับผนังเนื้อเดียวที่ใช้กับบ้านพักอาศัยเดี่ยวทั่วไปที่มีการใช้งานเครื่องปรับอากาศในเวลากลางคืน และอาคารสำนักงานที่ใช้เวลาปรับอากาศในเวลากลางวัน โดยทำการศึกษาตัวแปรเปรียบเทียบวัสดุเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่งวัสดุคอนกรีตบล็อก ที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมสูง (U-value) ที่มีส่วนประกอบของมวลอุณหภาพ คือ ความหนาผนัง 10, 20, 30 ซม. ความหนาแน่น 1,600, 1,800, 2,000, 2,200 kg/m³ ความจุความร้อนจำเพาะ 0.7, 0.8, 0.9, 1.0 kJ/kg.ºC ส่วนกลุ่มที่สอง วัสดุคอนกรีตมวลเบา ที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมต่ำที่มีส่วนประกอบของมวลอุณหภาพ คือ ความหนาผนัง 10, 20, 30 ซม. ความหนาแน่น 600, 800, 1,000, 1,200, 1,400 kg/m³ ความจุความร้อนจำเพาะ 0.7, 0.8, 0.9, 1.0 kJ/kg.ºC ผลการจำลองสรุปได้ว่า มวลอุณหภาพยิ่งมาก (DSH) ยิ่งมีผลกับการลดการใช้พลังงานทำความเย็น โดยพบว่าการเพิ่มความหนาผนังมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการเพิ่มความหนาแน่นและความจุความร้อนจำเพาะในผนังที่มีความหนา 10 ซม. ลดพลังงานมากกว่าการเพิ่มในผนังที่มีความหนา 20, 30 ซม. ในกรณีบ้านพักอาศัย การใช้วัสดุคอนกรีตบล็อก ช่วยลดพลังงานมากกว่าการใช้วัสดุคอนกรีตมวลเบา ทิศที่ลดพลังงานมากที่สุด เมื่อเพิ่มความหนาผนัง คือ ทิศตะวันตก (อาคารหมุน 0 องศา) หรือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (อาคารหมุน 45 องศา) ส่วนการเพิ่มความจุความร้อนจำเพาะและความหนาแน่นในผนังหนา 10 ซม. คือ ทิศตะวันตก (อาคารหมุน 0 องศา) หรือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อาคารหมุน 45 องศา) ในผนังหนา 20, 30 ซม. คือ ทิศตะวันออก (อาคารหมุน 0 องศา) หรือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อาคารหมุน 45 องศา)ในกรณีของอาคารสำนักงาน การใช้วัสดุคอนกรีตมวลเบา ช่วยลดพลังงานมากกว่าการใช้วัสดุคอนกรีตบล็อก ทิศที่ลดพลังงานมากที่สุด เมื่อเพิ่มทั้ง ความหนาผนัง ความจุความร้อนจำเพาะและความหนาแน่นในผนังทุกความหนา (10, 20, 30 ซม.) คือ ทิศตะวันตก (อาคารหมุน 0 องศา) หรือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (อาคารหมุน 45 องศา) โดยทั้งนี้หากพิจารณาการเพิ่มมวลอุณหภาพในผนัง (DSH) ในการก่อสร้างทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารสำนักงาน จะมีประสิทธิภาพในการลดการใช้พลังงานเมื่อเพิ่ม ในทิศตะวันตก หรือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้

บรรณานุกรม :
พิชญะ เพียรพัฒนางกูร . (2554). ผลกระทบของมวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร ในเขตร้อนชื้น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชญะ เพียรพัฒนางกูร . 2554. "ผลกระทบของมวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร ในเขตร้อนชื้น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชญะ เพียรพัฒนางกูร . "ผลกระทบของมวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร ในเขตร้อนชื้น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
พิชญะ เพียรพัฒนางกูร . ผลกระทบของมวลอุณหภาพของผนังภายนอกอาคารในทิศทางต่างๆที่มีผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร ในเขตร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.