| ชื่อเรื่อง | : | ปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผลมะม่วงดิบในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | กฤษณ์ สงวนพวก |
| คำค้น | : | Antioxidant Capacities , Bioactive Content , Green mango , มะม่วงดิบ , ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ , สารออกฤทธิ์สำคัญ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5420042 , http://research.trf.or.th/node/8395 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ประเทศไทยสามารถปลูกมะม่วงได้ตลอดทั้งปีและสามารถให้ผลผลิตได้ในจำนวนมากเพื่อ จำหน่ายเพื่อการส่งออกทั้งมะม่วงรับประทานดิบและสุก สำหรับมะม่วงรับประทานสุกเท่านั้นที่เป็นที่ สามารถจำหน่ายในตลาดต่างประเทศได้ โดยพบว่ามะม่วงที่ปลูกในประเทศไทยมีคุณค่าทางโภชนาการ สูง ดังนั้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษากิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระ ปริมาณเบต้าแคโรทีน และไลโคพีนในมะม่วงรับประทานดิบพันธุ์พื้นบ้านของประเทศไทยหลังการเก็บเกี่ยว โดยทำการ วิเคราะห์ปริมาณฟีนอลทั้งหมด กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี DPPH และ FRAP ปริมาณเบต้าแค โรทีน และไลโคพีน โดยวิธี HPLC จากผลการทดลองพบว่าปริมาณฟีนอลทั้งหมดของมะม่วงทั้ง 13 สาย พันธุ์มีค่าระหว่าง 121.99 – 641.75 mg gallic acid/ 100 g FW และมีค่าแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ระหว่างสายพันธุ์ โดยพบว่ามะม่วงพันธุ์เบา มีปริมาณฟีนอลทั้งหมดมากที่สุด แต่พบทั้งหมด กิจกรรม การต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี DPPH น้อยที่สุด และ กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี FRAP มากที่สุด สำหรับมะม่วงพันธุ์พิมเสนมัน มีปริมาณฟีนอลทั้งหมดน้อยที่สุด แต่พบทั้งหมด กิจกรรมการต้านอนุมูล อิสระโดยวิธี DPPH มากที่สุด และ กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี FRAP น้อยที่สุด สำหรับปริมาณ เบต้าแคโรทีน พบว่าในมะม่วงทั้ง 13 สายพันธุ์มีค่าระหว่าง 5.53 – 41.68 μg/100 g FW โดยมะม่วง พันธุ์มันขุนศรีมีปริมาณเบต้าแคโรทีนน้อยที่สุด และมะม่วงพันธุ์ทองดำมีปริมาณเบต้าแคโรทีนมากที่สุด สำหรับปริมาณไลโคพีน พบว่ามีมะม่วงเพียง 5 สายพันธุ์ที่มีสารไลโคพีน คือ แก้ว มหาชนก น้ำดอกไม้ ทองดำ และพิมพ์เสน และมีปริมาณระหว่าง 0.11 – 0.23 mg/100 g FW สำหรับปริมาณฟลาโวนอยด์ ในมะม่วงรับประทานผลดิบทั้ง 13 พันธุ์ มีค่าอยู่ในช่วง 24.97 – 172.38 mg/100 g FW โดยมะม่วง พันธุ์ ‘โชคอนันต์’ มีปริมาณฟลาโวนอยด์ในเนื้อผลมากที่สุด เท่ากับ 172.38 mg/100 g FW สำหรับ ปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ และคลอโรฟิลล์ บี ในเนื้อผลมะม่วงรับประทานดิบทั้ง 13 พันธุ์ มีค่าอยู่ในช่วง 0.005 – 0.739 และ 0.009 – 0.073 mg/100 g FW โดยสายพันธุ์มีผลต่อชนิดและปริมาณ คลอโรฟิลล์ แต่ทุกพันธุ์มีการสะสมคลอโรฟิลล์ เอ ในเนื้อมากกว่าคลอโรฟิลล์ บี โดยมะม่วงพันธุ์ ‘มันขุนศรี’ มีปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ ในเนื้อผลมากที่สุด เท่ากับ 0.73 mg/100 g FW ส่วนมะม่วงพันธุ์ ‘สามฤดู’ พบการสะสมปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ ในเนื้อผลน้อยที่สุด เท่ากับ 0.005 mg/100 g FW จาก การวิเคราะห์หาปริมาณคลอโรฟิลล์ บี พบว่ามะม่วงพันธุ์ ‘มันขุนศรี’ มีปริมาณคลอโรฟิลล์ บี ในเนื้อผล ง มากที่สุด เท่ากับ 0.07 mg/100 g FW และพบว่ามีมะม่วงรับประทานผลดิบเพียง 3 พันธุ์ ได้แก่ ‘น้ำดอกไม้’ ‘มหาชนก’ และ ‘สามฤดู’ ที่ไม่พบการสะสมปริมาณคลอโรฟิลล์ บี เนื้อผล สำหรับ ปริมาณคลอโรฟิลไรด์ เอ ในเนื้อมะม่วงแต่ละพันธุ์พบอยู่ในช่วง 0.014 – 0.042 mg/100 g FW และ ตรวจพบคลอโรฟิลไรด์ เอ ในเนื้อมะม่วงดิบเพียง 5 พันธุ์ ได้แก่ ‘โชคอนันต์’ ‘เขียวเสวย’ ‘ฟ้าลั่น’ ‘ทองดำ’ และ ‘สามฤดู’ โดยพบในปริมาณเล็กน้อย นอกจากนั้น ยังพบว่า มะม่วงพันธุ์ ‘แรด’ มีปริมาณ ไฟทอล เอ ในเนื้อผลมากที่สุด เท่ากับ 0.219 mg/100 g FW รองลงมาคือ พันธุ์ ‘เบา’ มีปริมาณไฟ ทอล เอ ในเนื้อผล เท่ากับ 0.171 mg/100 g FW ในขณะที่มะม่วงพันธุ์ ‘มหาชนก’ ไม่พบการสะสม ปริมาณไฟทอล เอ ในเนื้อผลเลย In Thailand, mango can be grown year round and can be exported in large amounts to the international market. In local markets, both green and ripe mangos are consumed, but in the international market, only ripe mangos are consumed. Thai native mango was found to have great nutritional value. The aim of this research was to study antioxidant activity, beta-carotene, and lycopene content of Thai native cultivar green mango. The total phenolic content, DPPH activity, FRAP activity, Betacarotene, and lycopene content by HPLC were determined. The results showed that total phenolic content of Thai native cultivars of green mango was around 121.99 – 641.75 mg gallic acid/ 100g FW, and was slightly different among cultivars. The ‘Bao’ cultivar of mango was shown to have the highest total phenolic content, least DPPH activity, and highest FRAP activity, and was different from other cultivars. The ‘Pim Sean Mun’ cultivar gave the least total phenolic content, highest DPPH activity, and least FRAP activity. The beta-carotene content was found to be about 5.53 – 41.68 μg/100 g FW. The ‘Mun Khun Sri’ cultivar was found to have the least beta-carotene content and ‘Thong Dam’ cultivar was found to have the highest beta-carotene content. Lycopene content was high enough to be detected in only ‘Keaw,’ ‘Mahachanok,’ ‘Nam Dok Mai,’ ‘Thong Dam,’ and ‘Pim Sean Man’ cultivars, at about 0.11 – 0.23 mg/100g FW. The thirteen cultivar mangos shown the flavonoid content was around 24.97 – 172.38 mg/100 g FW. The ‘Chokana’ cultivar of mango gave the highest flavonoid content. The Chlorophyll a and Chlorophyll b content was found around 0.005 – 0.739 and 0.009 – 0.073 mg/100 g FW, respectively. The difference mango cultivar was result to give difference in type and content of chlorophyll. The mango flesh was found that chlorophyll a more accumulation than chlorophyll b. The ‘Mun Khun Sri’ mango cultivar gave highest chlorophyll a content in mango flesh and ฉ The ‘Sam Rudu’ cultivar of mango gave lowest chlorophyll a content in mango flesh. The ‘Mun Khun Sri’ cultivar of mango gave highest chlorophyll b content in mango flesh. The ‘Nam Dok Mai’, ‘Mahachanok’ and ‘Sam Rudu’ was not found chlorophyll b content in mango flesh. The chlorophyllide a content was found to be about 0.014 – 0.042 mg/100 g FW. The only 5 cultivars were shown the chlorophyllide a. The ‘Rad’ cultivar of mango gave highest Phytol a in mango flesh and ‘Mahachanok’ cultivar was not found phytol in mango flesh. |
| บรรณานุกรม | : |
กฤษณ์ สงวนพวก . (2557). ปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผลมะม่วงดิบในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กฤษณ์ สงวนพวก . 2557. "ปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผลมะม่วงดิบในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กฤษณ์ สงวนพวก . "ปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผลมะม่วงดิบในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. กฤษณ์ สงวนพวก . ปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผลมะม่วงดิบในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
