| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน |
| นักวิจัย | : | ธิดารัตน์ โชคสุชาติ |
| คำค้น | : | เกษตรกรรมแบบยั่งยืน , เกษตรกรรม -- การศึกษาและการสอน , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จรูญศรี มาดิลกโกวิท , รุ่งระวี วีระเวสส์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19418 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของชาวนาที่เรียนรู้จากโรงเรียนชาวนาและโรงเรียนเกษตรกรข้าว ประสิทธิภาพการผลิตของชาวนา วิเคราะห์ตัวแปรผลการเรียนรู้และตัวแปรอื่นๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตของชาวนา และเสนอแนะแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ชาวนาที่เรียนรู้ในปีพ.ศ. 2547–2548 จากโรงเรียนชาวนา จำนวน 121 คน และโรงเรียนเกษตรกร ข้าว 88 คน จำนวนรวม 209 คนจาก 8 หมู่บ้านใน 7 ตำบลของจังหวัดสุพรรณบุรี เก็บข้อมูลประสิทธิภาพการผลิตและผลการเรียนรู้ของชาวนาโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การประมาณค่าผลต่างระหว่างค่าเฉลี่ย 2 ประชากร และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ จากนั้นนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลไปสัมภาษณ์ชาวนา 16 คน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภาคสนาม 2 คน ผู้ที่เกี่ยวข้องระดับนโยบาย 10 คน จำนวนรวม 28 คน เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ชาวนาจากโรงเรียนชาวนาและโรงเรียนเกษตรกรข้าวมีผลการเรียนรู้ด้านความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธีเท่ากับ 18.0 และ 14.7 คะแนนจากคะแนนรวม 40 คะแนน การปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธีเท่ากับ 16.3 และ 15.2 คะแนนจากคะแนนรวม 30 คะแนน การคัดเลือกพันธุ์ข้าวเท่ากับ 7.2 และ 3.4 คะแนนจากคะแนนรวม 30 คะแนน ชาวนาทั้ง 2กลุ่มส่วนใหญ่นำความรู้ไปปฏิบัติในระดับปานกลาง สำหรับผลการเรียนรู้ด้านกระบวนทัศน์ชาวนาจากโรงเรียนชาวนามีการปรับเปลี่ยนไปในระดับมาก ส่วนชาวนาจากโรงเรียนเกษตรกรข้าวปรับเปลี่ยนไปในระดับปานกลาง ชาวนาจากโรงเรียนชาวนากับโรงเรียนเกษตรกรข้าวมีความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธีและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวแตกต่างกัน การปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธีไม่แตกต่างกัน การนำความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธีไปปฏิบัติแตกต่างกัน การนำความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธีและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวไปปฏิบัติไม่แตกต่างกัน ในขณะที่การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์แตกต่างกัน ชาวนาจากโรงเรียนชาวนาและโรงเรียนเกษตรกรข้าวมีการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิจากการทำนาต่อไร่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 59.6 และ 41.6 สำหรับการเปลี่ยนแปลงผลผลิตต่อแรงงานในครัวเรือนต่อไร่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 2.2 และ 2.7 ตามลำดับ ชาวนาจากโรงเรียนชาวนากับโรงเรียนเกษตรกรข้าวมีการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิจากการทำนาต่อไร่ และการเปลี่ยนแปลงผลผลิตต่อแรงงานในครัวเรือนต่อไร่ไม่แตกต่างกันตัวแปรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิจากการทำนาต่อไร่ของชาวนาจากโรงเรียนชาวนาเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์จากมากไปหาน้อยใน 3อันดับแรกได้แก่ผลการเรียนรู้ด้านกระบวนทัศน์เรื่องการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิต จำนวนแรงงานรับจ้างและผลการเรียนรู้ด้านการนำความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธีไปปฏิบัติ สำหรับตัวแปรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลผลิตต่อแรงงานในครัวเรือนต่อไร่ ได้แก่ ผลการเรียนรู้ด้านกระบวนทัศน์เรื่องการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพศของหัวหน้าครัวเรือน และปริมาณสารบำรุงข้าว ตัวแปรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิจากการทำนาต่อไร่ของชาวนาจากโรงเรียนเกษตรกรข้าว ได้แก่ พื้นที่ทำนา ผลการเรียนรู้ด้านความรู้เรื่องการคัดเลือกพันธุ์ข้าวและการปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธี สำหรับตัวแปรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลผลิตต่อแรงงานในครัวเรือนต่อไร่ ได้แก่ หนี้สินคงค้าง ผลการเรียนรู้ด้านกระบวนทัศน์เรื่องการปรับเปลี่ยนความเชื่อและความคิด และเพศของหัวหน้าครัวเรือน ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย พบว่า ชาวนาจากโรงเรียนชาวนาที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูงและต่ำกว่าประสิทธิภาพการผลิตโดยเฉลี่ยส่วนใหญ่มีผลการเรียนรู้ด้านความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธีและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวสูงกว่าชาวนาจากโรงเรียนเกษตรกรข้าว การปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธีใกล้เคียงกัน ส่วนการนำความรู้ไปปฏิบัติและการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของชาวนา 2 กลุ่มอยู่ในระดับปานกลาง ยกเว้นชาวนาจากโรงเรียนเกษตรกรข้าวที่มีประสิทธิภาพการผลิตต่ำกว่าโดยเฉลี่ยมีการนำความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธีและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวไปปฏิบัติในระดับน้อย ในขณะที่ชาวนาจากโรงเรียนชาวนาที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูงกว่าโดยเฉลี่ยมีการปรับเปลี่ยนความเชื่อและความคิด วิถีการผลิตไปในระดับมาก แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในด้านนโยบาย ควรจัดการศึกษาให้แก่ชาวนาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีและจัดให้เป็นวาระแห่งชาติ ในด้านการจัดการเรียนการสอน ควรเพิ่มเติมเนื้อหาการทำน้ำหมัก/สารชีวภาพและเนื้อหาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทำนาในการเกษตรแบบยั่งยืน เน้นให้ชาวนาได้ปฏิบัติจริง และมีการติดตามหรือประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ได้จากงานวิจัย ควรสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้เรื่องการทำนาในการเกษตรแบบยั่งยืนผ่านสื่อและเครือข่ายชาวนา ส่งเสริมการนำแนวคิดการทำนาในการเกษตรแบบยั่งยืนมาไว้ในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับทั้งในและนอกระบบโรงเรียนรวมถึงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะในการรับผิดชอบการจัดการศึกษาให้แก่ชาวนา เพิ่มจำนวนโรงเรียนเกษตรกรข้าวและโรงเรียนชาวนา พัฒนาและเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภาคสนาม สนับสนุนและส่งเสริมกลไกหรือมาตรการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำนาในการเกษตรแบบยั่งยืนควบคู่ไปด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ธิดารัตน์ โชคสุชาติ . (2550). แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธิดารัตน์ โชคสุชาติ . 2550. "แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธิดารัตน์ โชคสุชาติ . "แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ธิดารัตน์ โชคสุชาติ . แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชาวนาในการเกษตรแบบยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
