| ชื่อเรื่อง | : | การอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย |
| นักวิจัย | : | วงเดือน วรรณไชย |
| คำค้น | : | การอ่านขั้นประถมศึกษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กิติยวดี บุญซื่อ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2520 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18529 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520 ความมุ่งหมาย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาความสนใจและความต้องการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายเกี่ยวกับหนังสืออ่านประเภทต่างๆ เท่าที่มีอยู่ในท้องตลาด ทั้งนี้ เพื่อต้องการทราบว่าหนังสือประเภทใดที่นักเรียนเคยอ่าน ชอบอ่าน ต้องการอ่าน และต้องการให้มีในห้องสมุด และเพื่อศึกษาเกี่ยวกับปัญหาในการอ่านของนักเรียน วิธีการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้ส่งแบบสอบถามเกี่ยวกับความสนใจและความต้องการในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-7 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ 12 เขตการศึกษา จำนวน 24 โรง โดยสุ่มตัวอย่างมาเขตละ 2 โรง ส่งแบบสอบถามไปยังนักเรียน 2,880 ฉบับ จำนวนนักเรียนที่ส่งคำตอบคืนมา 2,159 เป็นนักเรียนชาย 1,133 คน และนักเรียนหญิง 1,026 คน และนำคำตอบของนักเรียนมาแจกแจงความถี่คิดเป็นร้อยละ จำแนกเป็นเขตและเพศ และทดสอบค่าไคสแควร์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพศของนักเรียนที่ตอบคำถามทั้งหมด ผลการวิจัย 1. สรุปได้ว่าจำนวนนักเรียนสูงสุดที่ตอบคำถามเคยอ่าน ชอบอ่าน ต้องการอ่าน เพิ่มเติม และต้องการให้ห้องสมุดมีหนังสือต่างๆ ดังนี้ 1.1 จำนวนนักเรียนทั้งสองเพศร้อยละ 88.04 เคยอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน 1.2 จำนวนนักเรียนทั้งสองเพศร้อยละ 79.92 ชอบอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน 1.3 จำนวนนักเรียนทั้งสองเพศร้อยละ 61.12 ต้องการอ่านเรื่องจรวด และยานอวกาศเพิ่มขึ้น จำนวนนักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชายอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ต้องการอ่านเรื่องทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1.4 จำนวนนักเรียนทั้งสองเพศร้อยละ 78.00 ต้องการให้ห้องสมุดมีหนังสือพิมพ์รายวัน 2. หนังสือที่นักเรียนอ่านและเข้าใจได้ดีที่สุด 5 ประเภทแรก ดังนี้ จำนวนนักเรียนร้อยละ 37.53 อ่านและเข้าใจหนังสือการ์ตูน จำนวนนักเรียนร้อยละ 31.59 อ่านและเข้าใจหนังสือพิมพ์รายวัน จำนวนนักเรียนร้อยละ 29.43 อ่านและเข้าใจหนังสือนิทาน จำนวนนักเรียนร้อยละ 28.18 อ่านและเข้าใจหนังสือที่มีภาพประกอบ จำนวนนักเรียนร้อยละ 22.95 อ่านและเข้าใจหนังสือนวนิยาย 3. บริการหรือส่งเสริมการอ่านที่นักเรียนได้รับมี ดังนี้ 3.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 62.75 ได้ไปใช้บริการของห้องสมุดโรงเรียน เป็นจำนวนนักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชาย อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 54.24 ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองด้วยการที่ผู้ปกครองแจกเงินให้ซื้อหนังสือ เป็นจำนวนนักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชายอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3.3จำนวนนักเรียนร้อยละ 55.06 เคยซื้อหนังสืออ่านเอง เป็นจำนวนนักเรียนมากกว่านักเรียนชายอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 สรุปได้ว่านักเรียนหญิงมีโอกาสในการอ่านสูงกว่านักเรียนชาย 4. จำนวนนักเรียนที่สามารถอ่านหนังสือได้เข้าใจดีมีเพียงร้อยละ 22.80 ซึ่งหมายความว่า ส่วนใหญ่อ่านแล้วไม่เข้าใจเท่าทีควร ปัญหาใหญ่ที่ค้นพบ คือจำนวนนักเรียนร้อยละ 33.55 ไม่มีความสงบขณะที่อ่าน ซึ่งเป็นจำนวนนักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชายอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และจำนวนนักเรียนร้อยละ 31.63 ไม่สบายเพราะปวดศีรษะขณะอ่านหนังสือ เนื่องจากการส่งเสริมการอ่านจากโรงเรียน บ้าน และตัวนักเรียนเองมีไม่มากนัก ฉะนั้น ครูและผู้ปกครอง จึงควรให้การสนับสนุนและปรับปรุงกระบวนการเรียนการอ่าน รวมทั้งปรับปรุงบริการการอ่านให้กว้างขวางและจริงจังกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ |
| บรรณานุกรม | : |
วงเดือน วรรณไชย . (2520). การอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วงเดือน วรรณไชย . 2520. "การอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วงเดือน วรรณไชย . "การอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520. Print. วงเดือน วรรณไชย . การอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2520.
|
