| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานสำหรับการรักษาต่อเนื่องหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด |
| นักวิจัย | : | เก็จกนก แก่นบุญ |
| คำค้น | : | การคลอดก่อนกำหนด , เทอร์บูทาลีน -- ยา , ภาวะเจ็บครรภ์ , การใช้ยา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เรวดี ธรรมอุปกรณ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19420 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานสำหรับการรักษาต่อเนื่องหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดกับการไม่ได้รับยา รวมถึงศึกษาปัจจัยทำนายการคลอดก่อนกำหนดของผู้ป่วยหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ทั้งนี้ศึกษาข้อมูลย้อนหลังร่วมกับการเก็บข้อมูลไปข้างหน้า (Historical Cohort study) ณ โรงพยาบาลปัตตานี โดยเก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงเดือน มกราคม 2550 ถึง กุมภาพันธ์ 2551 การวิเคราะห์ข้อมูลต่อเนื่องใช้ Student Unpaired t test การวิเคราะห์ข้อมูลจำแนกประเภทใช้ Chi-Square test หรือ Fisher’s Exact test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ P value < 0.05 จากการคัดเลือกผู้ป่วยตามเกณฑ์ได้จำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 91 ราย เป็นผู้ป่วยที่ได้รับยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทาน (กลุ่มศึกษา) 46 ราย และเป็นผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทาน (กลุ่มควบคุม) 45 ราย เมื่อทำการศึกษาประสิทธิผล พบว่าผลการรักษาโดยรวมในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน โดยกลุ่มศึกษามีผู้ป่วยคลอดครบกำหนด ร้อยละ 76.09 และกลุ่มควบคุมมีผู้ป่วยคลอดครบกำหนด ร้อยละ 66.67 (P=0.320) พบผู้ป่วยเกิดการกลับเป็นซ้ำของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในกลุ่มศึกษา ร้อยละ 26.09 และในกลุ่มควบคุม ร้อยละ 31.11 (P=0.596) กลุ่มศึกษามีอายุครรภ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 31.33 + - 16.92 วัน และกลุ่มควบคุมมีอายุครรภ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28.11 + - 14.96 วัน (P=0.340) นอกจากนี้ผลทางคลินิกของทารกที่คลอดจากผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน ทั้งในส่วนของน้ำหนักแรกคลอด ผลการประเมินสภาวะทารกแรกคลอด (APGAR score) การเกิดภาวะหายใจลำบาก และการเข้ารับการรักษาในหออภิบาลทารกแรกคลอด (P=0.651, 1.000, 1.000 และ 0.674 ตามลำดับ) การวิเคราะห์การอยู่รอดใช้วิธีแคแพลน-ไมเออร์(Kaplan-Meier Method) วิเคราะห์โอกาสการอยู่รอดของครรภ์ผู้ป่วยหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และใช้การทดสอบล็อกแลงค์(Log-rank test)เปรียบเทียบโอกาสการอยู่รอดของครรภ์ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา ผลการศึกษาพบว่าโอกาสการอยู่รอดหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดของผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานและกลุ่มที่ไม่ได้รับยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.340) อาการไม่พึงประสงค์ที่พบในผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานได้แก่ ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (ร้อยละ 2.17) ใจสั่น(ร้อยละ 4.35) และทารกในครรภ์มีภาวะหัวใจเต้นเร็ว(ร้อยละ2.17) จากการวิเคราะห์หาปัจจัยทำนายการคลอดก่อนกำหนดของผู้ป่วยหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด โดยการทดสอบการถดถอยโลจิสติกชนิดตัวแปรเดียว พบปัจจัยที่สัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนดเพียงปัจจัยเดียว คือการกลับเป็นซ้ำของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด (Odds ratio = 378.00, ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 50.37-2836.87) |
| บรรณานุกรม | : |
เก็จกนก แก่นบุญ . (2550). ประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานสำหรับการรักษาต่อเนื่องหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เก็จกนก แก่นบุญ . 2550. "ประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานสำหรับการรักษาต่อเนื่องหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เก็จกนก แก่นบุญ . "ประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานสำหรับการรักษาต่อเนื่องหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. เก็จกนก แก่นบุญ . ประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเทอร์บูทาลีนชนิดรับประทานสำหรับการรักษาต่อเนื่องหลังภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
