| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิภาพของระบบผนังกระจกสองชั้นแบบใช้การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ |
| นักวิจัย | : | เชษฐพรรณ สินเจิมสิริ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อรรจน์ เศรษฐบุตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18128 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 ทดสอบประสิทธิภาพของระบบผนังกระจกสองชั้น แบบใช้การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ โดยใช้กล่องทดลองมีขนาด 1.3×2.5×3.0 ม. มีความกว้างของช่องลมเข้าและช่องลมออก 0.3 ม. และมีความกว้างของช่องอากาศ 0.3 ม. ทดลองโดยใช้แสงจากหลอดฮาโลเจนขนาด 500 W จำนวน 8 หลอด แทนแสงอาทิตย์จริง ทดลองในห้องปิดที่ไม่มีอิทธิพลของรังสีอาทิตย์และแรงลมภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง วัดอุณหภูมิและความเร็วลมในส่วนต่างๆ ของกล่องทดลอง ทดลองกับกระจก 5 ชนิด โดยกระจกชั้นนอกจะใช้กระจก 3 ชนิดคือ กระจกใส กระจกสีตัดแสง และกระจกสะท้อนแสง ส่วนกระจกชั้นในจะใช้กระจกใสและกระจกอันซูเลทใส เพื่อเป็นตัวแทนของกระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนสูงและต่ำตามลำดับ ซึ่งกระจกทั้ง 5 ชนิดนี้สามารถนำมาจับคู่เพื่อทดลองได้ทั้งหมด 6 รูปแบบคือ กระจกใสกับกระจกใส กระจกสีตัดแสงกับกระจกใส กระจกสะท้อนแสงกับกระจกใส กระจกใสกับกระจกอินซูเลทใส กระจกสีตัดแสงกับกระจกอินซูเลทใส และกระจกสะท้อนแสงกับกระจกอินซูเลทใส หลังจากนั้นนำค่าอุณหภูมิและความเร็วลมที่วัดได้มาคำนวณโดยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมของผนัง (U-factor)จากการคำนวณพบว่า ความต่างของอุณหภูมิผิวกระจกชั้นนอกกับอุณหภูมิภายในช่องอากาศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเร็วลมและค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อน (h[subscript c]) ถ้ามีความต่างมากความเร็วลมและค่า h[subscript c] ภายในช่องอากาศก็จะมีค่ามากตาม ซึ่งค่า h[subscript c] จะมีผลต่อค่า U–factor ของระบบผนังกระจกสองชั้นเป็นอย่างมาก โดยค่า U–factor ของระบบผนังกระจกสองชั้นที่มีกระจกสะท้อนแสงเป็นกระจกชั้นนอก และกระจกอินซูเลทใสเป็นกระจกชั้นในมีค่า U–factor น้อยที่สุดคือ 0.843 W/sq.m.K และระบบผนังกระจกสองชั้นที่มีกระจกสีตัดแสงเป็นกระจกชั้นนอกและกระจกใสเป็นกระจกชั้นในมีค่า U–factor มากที่สุดคือ 1.464 W/sq.m.K และเมื่อนำค่า U–factor ของระบบผนังกระจกสองชั้นมาเปรียบเทียบกับระบบผนังกระจกชั้นเดียว พบว่าค่า U–factor ของระบบผนังกระจกสองชั้นมีค่าต่ำกว่า 51–72% และสามารถลดภาระการทำความเย็นในช่วงเวลากลางวันได้ 8.81%-55.22% การใช้กระจกสะท้อนแสงเป็นกระจกชั้นนอกในระบบผนังกระจกสองชั้น จะมีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดีที่สุด เนื่องจากเมื่อนำมาประกอบเป็นระบบผนังกระจกสองชั้นแล้วจะมีค่า U–factor และค่าสัมประสิทธิ์การบังแดด (SC)ที่น้อยที่สุด การใช้กระจกชั้นในเป็นกระจกอินซูเลทใสจะทำให้ลดความแตกต่างของค่า U–factor ที่เกิดขึ้นเมื่อกระจกชั้นนอกเป็นกระจกต่างชนิดกันลงได้ โดยในระบบผนังกระจกสองชั้นค่า SC จะมีผลต่อประสิทธิภาพในการกันความร้อนมากกว่าค่า U–factor เนื่องจากค่า U-factor ของระบบผนังกระจกสองชั้นจะมีค่าใกล้เคียงกัน แม้ว่ากระจกภายนอกจะต่างชนิดกัน |
| บรรณานุกรม | : |
เชษฐพรรณ สินเจิมสิริ . (2552). ประสิทธิภาพของระบบผนังกระจกสองชั้นแบบใช้การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เชษฐพรรณ สินเจิมสิริ . 2552. "ประสิทธิภาพของระบบผนังกระจกสองชั้นแบบใช้การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เชษฐพรรณ สินเจิมสิริ . "ประสิทธิภาพของระบบผนังกระจกสองชั้นแบบใช้การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. เชษฐพรรณ สินเจิมสิริ . ประสิทธิภาพของระบบผนังกระจกสองชั้นแบบใช้การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
