| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเครื่องมือและกลไกทางด้านเศรษศาสตร์และกฎหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาและลดปัญหาโลกร้อนและข้อเสนอสำหรับประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | โสภารัตน์ จารุสมบัติ |
| คำค้น | : | การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทาลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกาลังพัฒนา , การอนุญาตให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก , ร่างกฏหมายพลังงานสะอาดและความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา , แผนงานการค้าก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5230013 , http://research.trf.or.th/node/6729 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาที่ประชาคมโลกให้ความสนใจและตื่นตัวกันอย่างกว้างขวาง แม้จะมีข้อถกเถียงกันทางวิชาการถึงขนาดของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่ข้อสรุปหนึ่งที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ประโยชน์ที่จะได้จากการดาเนินการลดก๊าซเรือนกระจกจะสูงกว่าต้นทุนของการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว และยิ่งเริ่มดาเนินการเร็วเท่าใดต้นทุนของการดาเนินการ ก็จะยิ่งต่าลง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้มีบทบาทสาคัญในการสนับสนุนกระบวนการทั้งการปรับตัวจากผลกระทบ (Adaptation) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว (Mitigation) ผ่านทางนโยบายต่างๆ ปัจจุบัน นอกเหนือจากในเวทีการเจรจาพหุภาคีเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว ประเทศมหาอานาจหลายๆแห่งยังได้มีความพยายามแสวงหากลไกและเครื่องมือเพื่อจัดการก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศของตนเองคู่ขนานหรืออาจเป็นเอกเทศพร้อมกันไปด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้เล่นสาคัญของโลก ทั้งในแง่ของการเป็นผู้ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ และผู้มีอิทธิพลในกระบวนการเจรจาระดับพหุภาคี ได้มีความเคลื่อนไหวที่สาคัญ คือ การออกร่างกฎหมาย American Clean Energy and Security Act: ACES หรือ Markey-Waxman Draft Legislation ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสาคัญเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศไปสู่การใช้พลังงานที่สะอาดมากขึ้น แนวคิดที่หลักถูกนามาใช้เป็นแนวคิดพื้นฐานของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือ แนวคิดเรื่องการใช้ระบบซื้อขาย (Cap & Trade) กล่าวคือรัฐบาลจะกาหนดเป้าหมายรวมเกี่ยวกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกของประเทศ จากนั้นก็จะจัดสรรโควตาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowance) ให้กับสาขาการผลิตต่างๆ และสาหรับผู้ที่มีต้นทุนในการลดสูงหรือไม่สามารถลด ก็สามารถซื้อโควตาที่เหลือจากผู้อื่น หรือชดเชยโดยวิธีการซื้อเครดิตจากแหล่งอื่น (Offset) ทั้งในประเทศและจากโครงการลดการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ในต่างประเทศ (International off-set credit: IOC) ได้ อีกมาตรการหนึ่งที่จะป้องกันไม่ให้อานาจในการแข่งขันทางตลาดของผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกาลดลง คือ มาตรการ Border Adjustment ที่กาหนดให้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป สินค้านาเข้าที่ผลิตจากกระบวนการผลิตทาให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจานวนมากจะต้องทาเรื่องขอ International Reserve Allowance ซึ่งต้นทุนในการขอนี้ จะทาให้ราคาของสินค้านาเข้าสูงขึ้นเพื่อลดความแตกต่างกับราคาสินค้าภายในประเทศ สหภาพยุโรป เป็นอีกหนึ่งกลุ่มผู้เล่นสาคัญในเวทีเจรจาพหุภาคีด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยมาตรการภายในภูมิภาคที่สาคัญ คือ การริเริ่มแผนงานการค้าการอนุญาตให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสหภาพยุโรป โดยใช้หลัก Cap & Trade เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ภายใต้ระบบ EU Emission Trading System (EU ETS) ตาม Directive 2003/87/EC เพื่อให้ประเทศสมาชิกของสหภาพบรรลุเป้าหมายใน การลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม อันมีการปรับแก้ที่สาคัญ คือ EU Directive 2008/101/EC เพื่อรวมเอากิจกรรมด้านการบินเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ EU ETS และ Directive 2009/29/EC เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม Directive 2003/87/EC เพื่อขยาย และปรับปรุงบทบาทของ ETS ให้เข้มแข็งมากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีนโยบายอื่นๆนอกเหนือจากระบบดังกล่าวเพื่อนาสหภาพยุโรปไปสู่เป้าหมายการเป็น low-carbon economy เช่น การกาหนดเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากอัตราการใช้พลังงานทั้งหมด 20 เปอร์เซ็นต์ ในปี ค.ศ. 2020 การส่งเสริมการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีการกักเก็บและดูดซับคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) อย่างปลอดภัย การใช้มาตรการฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco-label) และการสนับสนุนการตั้งกองทุนด้านประสิทธิภาพพลังงานและพลังงานหมุนเวียน (Global Energy Efficiency and Renewable Energy Fund: GEEREF) เป็นต้น ข้อเสนอแนะหลักในส่วนของประเทศไทย แบ่งตามประเด็น คือ 1) ควรมีการศึกษาผลกระทบของมาตรการ BCA รายสาขา ส่งเสริมการวิจัยด้านประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของเทคโนโลยี การช่วยเหลือผู้ประกอบการประเมิน Life Cycle Analysis (LCA) หรือการจัดทาฐานข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณก๊าซ CO2 ที่เกิดจากการผลิต รวมถึงการศึกษาและวิพากษ์ความเป็นธรรมทางการค้าในการที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปจะนาเอามาตรการ BCA มาใช้ ฯลฯ 2) การกาหนดปีฐานสาหรับการประเมินการเปลี่ยนแปลงการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ การกาหนดความชัดเจนของคาว่าพื้นที่ป่าไม้ และสิทธิชุมชนดั้งเดิม การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนของการลงทุนเพื่อลดอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ การกาหนดยุทธศาสตร์การใช้ที่ดินระยะยาว ฯลฯ 3) เชิงสถาบัน ควรมีการศึกษาทบทวน อานาจหน้าที่ บทบาทและโครงสร้างองค์กร ของหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สานักงานองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทัน เสนอให้มีตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มขึ้น ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ อีกจานวน 2 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และคณะอนุกรรมการด้านการปรับตัวอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประเมินความต้องการ (Need Assessment) ในด้านต่างๆเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศ ฯลฯ |
| บรรณานุกรม | : |
โสภารัตน์ จารุสมบัติ . (2553). การศึกษาเครื่องมือและกลไกทางด้านเศรษศาสตร์และกฎหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาและลดปัญหาโลกร้อนและข้อเสนอสำหรับประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โสภารัตน์ จารุสมบัติ . 2553. "การศึกษาเครื่องมือและกลไกทางด้านเศรษศาสตร์และกฎหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาและลดปัญหาโลกร้อนและข้อเสนอสำหรับประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โสภารัตน์ จารุสมบัติ . "การศึกษาเครื่องมือและกลไกทางด้านเศรษศาสตร์และกฎหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาและลดปัญหาโลกร้อนและข้อเสนอสำหรับประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. โสภารัตน์ จารุสมบัติ . การศึกษาเครื่องมือและกลไกทางด้านเศรษศาสตร์และกฎหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาและลดปัญหาโลกร้อนและข้อเสนอสำหรับประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
