ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบรูปแบบผสม : การประยุกต์ใช้การปรับเทียบตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบรูปแบบผสม : การประยุกต์ใช้การปรับเทียบตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน
นักวิจัย : อัญชลี ศรีกลชาญ
คำค้น : การวัดผลทางการศึกษา , ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ , การให้คะแนน (นักเรียนและนักศึกษา) , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : โชติกา ภาษีผล , ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16742
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

เปรียบเทียบคุณภาพการปรับเทียบคะแนนตามแนวทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ สำหรับแบบสอบรูปแบบผสมระหว่างข้อสอบแบบเลือกตอบที่ตรวจให้คะแนนสองค่า และข้อสอบแบบเขียนตอบที่ตรวจให้คะแนนหลายค่า การศึกษาครั้งนี้ใช้การจำลองข้อมูลโดยข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนสองค่า จำลองข้อมูลตามโมเดลโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ และข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนแบบหลายค่าจำลองข้อมูลตามโมเดลการให้คะแนนบางส่วนแบบทั่วไป (Generalized partial credit model) ที่แตกต่างกันตามรูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูล สัดส่วนของข้อสอบทั้ง 2 ชนิดในแบบสอบ สัดส่วนของข้อสอบทั้ง 2 ชนิดในข้อสอบร่วม และวิธีการปรับเทียบ (2x4x6x2) จำนวนทั้งหมด 96 เงื่อนไข การประเมินคุณภาพการปรับเทียบพิจารณาจากดัชนี MSE ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1. คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน มีความคลาดเคลื่อนต่ำ และให้ผลที่ใกล้เคียงกันเมื่อมีรูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มผู้สอบที่มีความสามารถเท่าเทียมกัน สำหรับกลุ่มผู้สอบที่มีความสามารถไม่เท่าเทียมกัน วิธีการปรับเทียบด้วยการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกันจะมีความคลาดเคลื่อน ในการปรับเทียบต่ำกว่าวิธีโค้งคุณลักษณะ 2. คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนทั้งวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน มีความคลาดเคลื่อนต่ำลง เมื่อสัดส่วนของข้อสอบทั้งสองชนิดในแบบสอบมีจำนวนข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนสองค่าเพิ่มขึ้น และเมื่อสัดส่วนของข้อสอบทั้งสองชนิดในข้อสอบร่วมมีจำนวนข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนสองค่าลดลง 3. ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย MSE สำหรับการปรับเทียบคะแนนที่มีสัดส่วนของข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนสองค่า กับหลายค่าในแบบสอบที่แตกต่างกัน 4 สัดส่วน พบว่า ค่าเฉลี่ย MSE ที่ได้จากการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบทั้ง 4 สัดส่วนไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และค่าเฉลี่ย MSE ที่ได้จากการปรับเทียบคะแนนสำหรับข้อสอบร่วมทั้ง 6 สัดส่วนไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย MSE สำหรับการปรับเทียบแต่ละวิธีที่มีรูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกัน พบว่า มีอย่างน้อย 1 คู่ที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 โดยคู่ที่มีความแตกต่างมากที่สุดคือ การปรับเทียบด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลแบบกลุ่มไม่เท่าเทียม กับการปรับเทียบด้วยการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกันกับกลุ่มผู้สอบไม่เท่าเทียม

บรรณานุกรม :
อัญชลี ศรีกลชาญ . (2552). คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบรูปแบบผสม : การประยุกต์ใช้การปรับเทียบตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี ศรีกลชาญ . 2552. "คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบรูปแบบผสม : การประยุกต์ใช้การปรับเทียบตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี ศรีกลชาญ . "คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบรูปแบบผสม : การประยุกต์ใช้การปรับเทียบตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
อัญชลี ศรีกลชาญ . คุณภาพของการปรับเทียบคะแนนสำหรับแบบสอบรูปแบบผสม : การประยุกต์ใช้การปรับเทียบตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ด้วยวิธีโค้งคุณลักษณะและการปรับค่าพารามิเตอร์พร้อมกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.