| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางในการนำมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในชุมชนมาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | กฤศ จิรภาสพงศา |
| คำค้น | : | ความผิดในคดีเด็กและเยาวชน , การแก้ไขผู้กระทำผิดแบบใช้ชุมชนเป็นฐาน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วีระพงษ์ บุญโญภาส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16668 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กนั้นมีจุดมุ่งหมายในการแก้ไขฟื้นฟูเด็กที่กระทำผิดให้กลับตนเป็นพลเมืองดี และสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข มากกว่าที่จะมุ่งการลงโทษ ดังนั้น หากเด็กได้กระทำความผิดในคดีที่ไม่รุนแรง ได้กระทำความผิดเป็นครั้งแรก ได้กระทำความผิดโดยมีสาเหตุอันน่าเห็นใจ หรือกระทำความผิดไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เด็กเหล่านี้อาจยังสามารถแก้ไขฟื้นฟูให้เป็นกลับตัวเป็นพลเมืองดีในสังคมได้ การลงโทษด้วยการส่งเข้าสถานพินิจหรือสถานควบคุม อาจจะเกิดผลเสียที่กระทบทั้งตัวเด็กผู้กระทำผิดเองและสังคมมากกว่าผลดีที่จะได้รับ ในต่างประเทศ มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดเป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งนำมาปรับใช้กับเด็กที่กระทำความผิดอย่างแพร่หลายและประสบผลสำเร็จที่น่าพอใจ ช่วยลดผลกระทบในทางลบรอยมลทินต่อตัวเด็ก และลดการกระทำความผิดซ้ำ จากการศึกษาพบว่า แนวทางในการนำมาตรการแก้ไขผู้กระทำความผิดมาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กในประเทศไทย ในขั้นแรกสุด ควรส่งเสริมให้มีการบังคับใช้หรือประยุกต์ใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ให้มีประสิทธิภาพและจริงจังมากกว่าเดิม เพื่อนำเอามาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชนบางอย่าง เช่น การใช้ดุลยพินิจสั่งไม่ฟ้องของอัยการตามมาตรา 63 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเด็กและเยาวชนและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 การให้รอการลงโทษโดยมีเงื่อนไขการคุมประพฤติแบบปกติ (Basic probation) การทำงานบริการสังคม (Community service) การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระบบบังคับรักษา (Compulsory treatment) และการพักการลงโทษ (Parole) มาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กไปพลางก่อน เนื่องจากสามารถกระทำได้ทันที ไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการนานในการแก้ไขหรือร่างกฎหมายใหม่ และมีความเหมาะสมกับสภาพบริบทของสังคมไทย ส่วนในขั้นตอนต่อมา จึงค่อยพัฒนามาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชนรูปแบบอื่นๆ เช่น มาตรการกักขังในที่พักอาศัย (House arrest) การควบคุมด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic monitoring) การคุมประพฤติแบบเข้มงวด (Intensive probation) การใช้ศูนย์เลี่ยงโทษจำคุก (Probation Diversion Center) การควบคุมในวันหยุดหรือควบคุมเป็นระยะๆ (Periodic detention) ศูนย์กักขังผู้ถูกคุมประพฤติ (Probation Detention Centre) การควบคุมประพฤติแบบฝึกค่ายทหาร (Boot camp program) ขึ้นมา ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย และสภาพบริบทของสังคมไทยยังไม่พร้อมในการนำมาตรการเหล่านี้มาใช้ นอกจากนี้ยังไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายที่รองรับหรือกำหนดรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ ของมาตรการเหล่านี้อย่างชัดเจน ทำให้การดำเนินการอาจจะเกิดปัญหาในด้านต่างๆ |
| บรรณานุกรม | : |
กฤศ จิรภาสพงศา . (2552). แนวทางในการนำมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในชุมชนมาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กฤศ จิรภาสพงศา . 2552. "แนวทางในการนำมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในชุมชนมาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กฤศ จิรภาสพงศา . "แนวทางในการนำมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในชุมชนมาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. กฤศ จิรภาสพงศา . แนวทางในการนำมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในชุมชนมาใช้กับการกระทำความผิดโดยเด็กในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
