| ชื่อเรื่อง | : | การสำรวจสมรรถนะของวิสาหกิจขนาดย่อม ศักยภาพชุมชน และคุณภาพชีวิตของคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน |
| นักวิจัย | : | จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์ |
| คำค้น | : | วิสาหกิจ , หัตถกรรม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG44N0052 , http://research.trf.or.th/node/5593 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของสมรรถนะและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานทางธุรกิจแตกต่างกัน จากนั้นทำการวิเคราะห์ปัจจัยพยากรณ์สมรรถนะและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจเหล่านี้ โดยสมรรถนะในที่นี้ครอบคลุมทั้งสมรรถนะการจัดการธุรกิจ (การจัดการแผนงานธุรกิจ การจัดการปัญหาธุรกิจ) และสมรรถนะการจัดการคุณภาพชีวิตของทรัพยากรมนุษย์ (การจัดการความปลอดภัยในการทำงานการตระหนักรู้ต่อความรับผิดชอบสังคม) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ประกอบการวิสาหกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้าน ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน จำนวน 281 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ในการจัดอันดับความสำคัญของปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการจัดอันดับของปัจจัยเงินทุนและลูกค้าไว้เป็นอันดับต้นๆ ในขณะที่ปัจจัยแรงงานและการตลาดถูกจัดไว้อันดับท้ายๆ ผู้ประกอบการร้อยละ 49.8 รายงานว่าการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อการส่งเสริมอาชีพการรับงานมาทำที่บ้าน และร้อยละ 67.2 รายงานว่าวิสาหกิจควรจัดระบบสวัสดิการแก่คนงานที่รับงานไปทำที่บ้าน แต่ร้อยละ 82.1 รายงานว่าวิสาหกิจของตนไม่มีงบประมาณสำหรับการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาทักษะฝีมือของผู้รับงานมาทำที่บ้าน และร้อยละ 82.1 ยังไม่เคยมีแผนการจัดสวัสดิการแก่คนงาน ผู้ประกอบการร้อยละ 34.8 เสนอว่ารายจ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนงานทุกประเภทควรสามารถนำไปหักภาษีได้ ผู้ประกอบการเพียงร้อยละ 45.5 มีการจัดทำแผนงานธุรกิจประจำปีต่างๆ โดยผู้ประกอบการมีสมรรถนะการจัดการแผนการผลิตมากที่สุด รองลงมาได้แก่ สมรรถนะการจัดการแผนการเงินสมรรถนะการจัดการแผนแรงงาน และสมรรถนะการจัดการแผนการตลาด ตามลำดับ ผู้ประกอบการที่มีสมรรถนะการจัดการแผนธุรกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญคือ ผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนการค้า ขนาดวิสาหกิจ และความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ แตกต่างกัน ปัญหาที่ผู้ประกอบการประสบมากที่สุด คือ ปัญหาการเงิน รองลงมาได้แก่ ปัญหาการตลาด ปัญหาแรงงาน และปัญหากระบวนการผลิต ตามลำดับ ผู้ประกอบการที่มีสมรรถนะการจัดการปัญหาธุรกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญคือ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจแตกต่างกัน ส่วนสมรรถนะการจัดการความปลอดภัยในการทำงานนั้น ผู้ประกอบการได้คะแนนความรู้ร้อยละ 72.64 คะแนนทัศนคติร้อยละ 74.10 และคะแนนการปฏิบัติร้อยละ 39.17 ผู้ประกอบการที่มีสมรรถนะการจัดการความปลอดภัยในการทำงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญคือ ผู้ประกอบการที่มีประเภทของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย การจดทะเบียนการค้า และขนาดวิสาหกิจ แตกต่างกัน ปัจจัยที่มีอำนาจในการพยากรณ์สมรรถนะการจัดการแผนธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญเรียงตามลำดับดังนี้ การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน (t = 6.743, sig= 0.000) ขนาดธุรกิจ(t =2.624, sig= 0.010) ระดับการศึกษา (t = 2.846, sig= 0.006) และเงินทุนจดทะเบียน (t = 2.302,sig= 0.024) โดยปัจจัยเหล่านี้มีอำนาจร่วมกันในการพยากรณ์สมรรถนะการจัดการแผนธุรกิจได้ร้อยละ 77.1 มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ 0.660 ปัจจัยที่มีอำนาจในการพยากรณ์สมรรถนะการจัดการปัญหาธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญเรียงตามลำดับดังนี้ ปัญหาเงินทุน (t = 2.871, sig= 0.005) อายุปฏิทิน(t = -2.428, sig= 0.017) และทัศนคติต่อการจัดการความปลอดภัย (t = -2.098, sig= 0.039) โดยปัจจัยเหล่านี้มีอำนาจร่วมกันในการพยากรณ์สมรรถนะการจัดการแผนงานธุรกิจได้ร้อยละ 41.9 มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ 0.914 ปัจจัยที่มีอำนาจในการพยากรณ์สมรรถนะการจัดการความปลอดภัยในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญเรียงตามลำดับดังนี้ การตระหนักรู้ต่อความผิดชอบสังคม (t = 6.643, sig= 0.000)สมรรถนะการจัดการแผนการผลิต (t = 5.829, sig= 0.000) และสมรรถนะการจัดการปัญหาแรงงาน (t = - 2.046, sig= 0.044) โดยปัจจัยเหล่านี้มีอำนาจร่วมกันในการพยากรณ์สมรรถนะการจัดการความปลอดภัยในการทำงานได้ร้อยละ 73.4 มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ 0.689 เมื่อประเมินความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบร้อยละ56.9 ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจสูง ร้อยละ 36.1 ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจปานกลาง และร้อยละ 6.9 ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจต่ำ ปัจจัยที่มีอำนาจในการพยากรณ์ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญเรียงตามลำดับดังนี้ รูปแบบการจำหน่ายสินค้า (t = 3.204, sig= 0.002) สมรรถนะการจัดการปัญหาการเงิน (t = - 2.912,sig= 0.005) อายุการประกอบอาชีพ (t = - 2.748, sig= 0.007) และ ขนาดวิสาหกิจ (t = 2.399, sig= 0.019) โดยปัจจัยเหล่านี้มีอำนาจร่วมกันในการพยากรณ์ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้ร้อยละ 59.1 มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ 0.939 |
| บรรณานุกรม | : |
จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์ . (2548). การสำรวจสมรรถนะของวิสาหกิจขนาดย่อม ศักยภาพชุมชน และคุณภาพชีวิตของคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์ . 2548. "การสำรวจสมรรถนะของวิสาหกิจขนาดย่อม ศักยภาพชุมชน และคุณภาพชีวิตของคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์ . "การสำรวจสมรรถนะของวิสาหกิจขนาดย่อม ศักยภาพชุมชน และคุณภาพชีวิตของคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print. จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์ . การสำรวจสมรรถนะของวิสาหกิจขนาดย่อม ศักยภาพชุมชน และคุณภาพชีวิตของคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.
|
