| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาลักษณะ รูปแบบ และความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ |
| นักวิจัย | : | วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล |
| คำค้น | : | กรมสอบสวนคดีพิเศษ / คดีพิเศษ / ความคุ้มค่า |
| หน่วยงาน | : | กรมสอบสวนคดีพิเศษ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2561 |
| อ้างอิง | : | https://www.dsi.go.th/Detail/T0003839 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | นับแต่ก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อ ปี พ.ศ. 2545 และได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นับเป็นเวลากว่าสิบปี กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวน คดีพิเศษจนเป็นที่ยอมรับและก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมเป็นอย่างดี แต่อย่างไร ก็ตาม สาธารณชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมจำนวนหนึ่ง อาจมีความเข้าใจที่ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะ รูปแบบของคดีพิเศษ และความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ ดังนั้นการศึกษาวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาเพื่อศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและรูปแบบของคดีพิเศษในภาพรวม ศึกษาความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ และประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์และมูลค่าทางสังคมของคดีกรณีศึกษา รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ของคดีพิเศษในอนาคต เพื่อนำไปสู่การนำเสนอแนวทางการพัฒนาต่อไป ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลักษณะของคดีพิเศษ มี 4 ลักษณะ ได้แก่ 1) คดีความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) 2) คดีความผิดทางอาญาอื่นนอกจากคดีความผิดทางอาญาตาม 1) ที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) 3) คดีที่มีการกระทำอันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และบทใดบทหนึ่งจะต้องดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือคดีที่มีการกระทำความผิดหลายเรื่องต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกัน และความผิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคสอง และ 4) คดีพิเศษที่ค้างดำเนินการและคดียังไม่ถึงที่สุดอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษฯ บังคับใช้ และ กคพ. มีมติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามมาตรา 44 ทั้งนี้ คดีพิเศษจะต้องมีลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) (ก) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ) ด้วย การศึกษาลักษณะและรูปแบของคดีพิเศษ ตั้งแต่ประกาศใช้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จนถึง 31 มีนาคม 2558 ในส่วนของรูปแบบของคดีพิเศษในการวิจัยนี้จำแนกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การจำแนกตามช่องทางการรับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งช่องทางตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) มีจำนวนคดีพิเศษมากที่สุด และการจำแนกตามประเภทความผิด ซึ่งความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและอาชญากรรมพิเศษอื่น ๆ มีจำนวนมากกว่าความผิดประเภทอื่น โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2553 ความผิดประเภทนี้มมากที่สุด และมีคดีพิเศษตามช่องทางตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) และมาตรา 21 วรรคสอง มากที่สุด เนื่องจากในปีดังกล่าวเกิดสถานการณ์ ไม่สงบภายในประเทศ สำหรับความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ ซึ่งมีคดีพิเศษรวมจำนวน 1,887 คดี พบว่า ค่าเฉลี่ยต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต (ABC: Activity Based - Costing) หรือต่อคดี คดีละ 173,460 บาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 มี ABC คดีละ 1,000,000 บาท ซึ่งสูงที่สุด และปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 มี ABC คดีละ 42,180 บาท ซึ่งต่ำที่สุด ส่วนการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI: Return on Investment) ของการดำเนินคดีพิเศษ จำแนกเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1) จำแนกตามงบประมาณที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับจัดสรรทั้งหมด ROI คิดเป็น ร้อยละ 2,180.50 โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ROI มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 11,278.31 และ 2) จำแนกตามค่าใช้จ่ายในการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษฯ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้ในการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่จ่ายจริง (ล้านบาท) ROI คิดเป็นร้อยละ 59,619.02 โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ROI มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 292,567.70 เมื่อคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของคดีกรณีศึกษา พบว่า คดีพิเศษที่ 77/2549 (คดีความผิดเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร) ROI คิดเป็นร้อยละ 4,147.27 คดีพิเศษที่ 115/2556 (คดีความผิดเกี่ยวกับภาษีอากร) ROI คิดเป็นร้อยละ 3,411.52 และคดีพิเศษที่ 125/2558 (คดีความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน) ROI คิดเป็นร้อยละ 866.90 นอกจากนั้น ยังได้ทำการประเมินความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ กรณีศึกษาปัญหาชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต (เลขสืบสวนที่ 129/2556) ซึ่งเป็นคดีที่การสืบสวนคดีมีการวางแผนการปฏิบัติงานที่รัดกุม มีการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) โดยการสร้างทางเลือกหรือนวัตกรรมในการสืบสวนสอบสวนแบบใหม่ ๆ ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ชัดเจนและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ ทำให้ศาลได้พิจารณาอย่างรอบด้านและหักล้างเอกสารสิทธิ์ที่กรมที่ดินออกทับที่ชาวบ้าน และได้มีการเตรียมนำพยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองเพื่อเพิกถอนโฉนดที่ดินเนื้อที่รวมประมาณ 19 ไร่ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ต่อไป ผลการสืบสวนคดีนี้ยังช่วยคุ้มครองสิทธิในที่ดินและสิทธิชุมชน ทำให้ชาวเลราไวย์จำนวน 247 ครัวเรือน รวม 2,067 คน มีความหวังที่จะได้ที่ดินบรรพบุรุษเป็นที่อยู่อาศัยอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งยังเป็นการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีมูลค่ามหาศาล โดยมีค่าใช้จ่าย รวม 1,391,410 บาท ดังนั้น จึงเป็นการปฏิบัติภารกิจมีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ต่อการอำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่ไม่อาจคำนวณมูลค่าเป็นตัวเงินได้ สำหรับข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ ได้แก่ (1) การกำหนดลักษณะเฉพาะของคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) (ก) - (จ) และตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อเป็นกรอบในการใช้ดุลพินิจที่ชัดเจนแก่คณะกรรมการคดีพิเศษ และ/หรืออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน แต่การกำหนดกรอบแนวทางการใช้ดุลพินิจดังกล่าวต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม หรือระดับความยืดหยุ่นของกรอบแนวทางการใช้ดุลพินิจด้วย (2) กรมสอบสวนคดีพิเศษควรพัฒนาระบบข้อมูลและการจำแนกรายละเอียดของข้อมูลเกี่ยวกับ การดำเนินคดีพิเศษ การสืบสวน และการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหาย/ผลประโยชน์ที่รักษา เรียกคืนแก่รัฐ/ประชาชน/ภาคเอกชน ให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน มีมาตรฐานทั้งในระดับหน่วยงาน และระดับประเทศ หรือระดับสากล เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสาธารณชน (3) กรมสอบสวนคดีพิเศษควรนำข้อมูลเกี่ยวกับคดีพิเศษ หรือการสืบสวน หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำยุทธศาสตร์ และการจัดโครงสร้างกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งการวางแผนการพัฒนาในมิติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มผู้มีอิทธิพล และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ในอนาคต (4) การศึกษานี้ได้ทำการประเมินความคุ้มค่าของคดีพิเศษในภาพรวมและคดีกรณีศึกษาในเบื้องต้น ดังนั้น จึงควรบูรณาการไปสู่การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประเมินความคุ้มค่าทางสังคม (SROI) และบูรณาการไปสู่การประเมินการปฎิบัติภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป. |
| บรรณานุกรม | : |
วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล . (2561). การศึกษาลักษณะ รูปแบบ และความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ.
กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ. วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล . 2561. "การศึกษาลักษณะ รูปแบบ และความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ".
กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ. วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล . "การศึกษาลักษณะ รูปแบบ และความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ."
กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ, 2561. Print. วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล . การศึกษาลักษณะ รูปแบบ และความคุ้มค่าของการดำเนินคดีพิเศษ. กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ; 2561.
|
