ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร
นักวิจัย : น้ำเพชร พันธุ์พิพัฒน์
คำค้น : ก๊าซชีวภาพ , การผลิตพลังงานไฟฟ้า , เชื้อเพลิงจากของเสียทางการเกษตร , Biogas , Electric power production , Agricultural wastes as fuel
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุภวัฒน์ วิวรรธ์ภัทรกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51764
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม. )--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

จากวิกฤตการณ์ด้านพลังงานทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศไทยส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นจากข้อมูลการศึกษาของ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ประเมินศักยภาพของชีวมวลเหลือทิ้งที่มีมากกว่า 24 ล้านตันต่อปี จาก ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน โดยเศษวัสดุเหลือใช้เหล่านี้สามารถนำมาผลิตแก๊สชีวภาพเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ จากการประเมินศักยภาพแก๊สชีวภาพ จาก ฟางข้าว ต้นและเหง้ามันสำปะหลัง และหญ้าเนเปียร์ เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์ สำหรับชุมชน โดยต้นทุนวัตถุดิบสำหรับการผลิตแก๊สชีวภาพ จาก ฟางข้าว ต้นและเหง้ามันสำปะหลัง และหญ้าเนเปียร์ยักษ์ โดยมีการจัดการเชิงปริมาณของวัตถุดิบต้นทุนวัตถุดิบจะอยู่ระหว่าง 1.38-4.44 บาทต่อกิโลวัตต์ โดยต้นทุนวัตถุดิบการผลิตแก๊สชีวภาพเพื่อผลิตไฟฟ้าจากฟางข้าวมีราคาสูงสุด โดยการเพาะปลูกข้าวสามารถปลูกได้ 1-2 ครั้งต่อปี ดังนั้นจำเป็นต้องเก็บฟางข้าวหรือเศษวัสดุเหลือใช้อื่นๆ ทดแทนเสริมในช่วงที่ไม่มีวัตถุดิบ ซึ่งเศษวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกมันสำปะหลังก็มีลักษณะเช่นเดียวกับฟางข้าว ส่วนหญ้าเนเปียร์ยักษ์มีศักยภาพในการผลิตเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตแก๊สชีวภาพสำหรับโรงไฟฟ้าได้เพราะสามารถเก็บเกี่ยวได้เกือบตลอดทั้งปีและมีต้นทุนวัตถุดิบต่ำสุด ซึ่งเมื่อนำวัตถุดิบทั้ง 3 ชนิดมาศึกษาพิจารณาบริหารการจัดการวัตถุดิบ จะใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าว มันสำปะหลัง และหญ้าเนเปียร์ยักษ์สำหรับการผลิตไฟฟ้าต้องใช้พื้นที่ 21,417 71,993 และ 940 ไร่ ตามลำดับ สำหรับวัตถุดิบที่จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 1 MW ภายในระยะเวลา 1 ปี จากการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์การใช้หญ้าเนเปียร์ยักษ์เป็นเชื้อเพลิงหลักและผสมฟางข้าว เหง้าและต้นมันสำปะหลัง อัตราการตอบแทนภายในและระยะเวลาคืนทุน(FIRR %/PP ปี) 2.73/12.12, 0.71/14.2 และ 1.05/13.8 ตามลำดับ ที่ Adder 0.5 บาท ที่ราคาต้นทุนวัตถุดิบถูกกว่าราคาขายไฟฟ้า และกรณีต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขายไฟฟ้า ราคารับซื้อไฟฟ้าจะอยู่ในช่วง 5-7.4 บาท/kWh ที่ FIRR มีค่า 3.45-12.28 % และ ระยะเวลาคืนทุน 6.7-12.6 ปี กรณีไม่มีการสนับสนุนเงินเริ่มต้น

บรรณานุกรม :
น้ำเพชร พันธุ์พิพัฒน์ . (2554). ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
น้ำเพชร พันธุ์พิพัฒน์ . 2554. "ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
น้ำเพชร พันธุ์พิพัฒน์ . "ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
น้ำเพชร พันธุ์พิพัฒน์ . ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.