| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบประสิทธิผลของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ ของแบบจำลองโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ ระหว่างวิธีแมกซิมัมไลค์วิฮูด วิธีฮิวริสติก และวิธีของเบย์ในแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบสอบความถนัด |
| นักวิจัย | : | วิชุดา บัวคง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เยาวดี วิบูลย์ศรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | 9745776475 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48063 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533 การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ข้อสอบและค่าความสามารถของผู้เข้าสอบ ระหว่างวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด วิธีฮิวริสติก และวิธีของเบย์ ของแบบจำลองโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ โดยศึกษาจากแบบสอบวัผลสัมฤทธิ์ วิชาภาษาไทย (ด้านการใช้ภาษา) และแบบสอบความถนัดจำแนกด้านการใช้ภาษาไทย ซึ่งมีจำนวน 40 ข้อ และ 80 ข้อ ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดจันทบุรี จำนวน 1,028 คน การวิเคราะห์ผลใช้โปรแกรม LOGIST 5 Version 2.5 และโปรแกรมภาษาฟอร์แทรน เพื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ ความยาก อำนาจจำแนก การเดาของข้อสอบและความสามารถของผู้เข้าสอบ ตามวิธีประมาณค่าทั้ง 3 วิธี คำนวณค่าฟังก์ชันสารสนเทศข้อสอบและแบบสอบ ค่าประสิทธิภาพสัมพัทธ์ และความตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์ของแบบสอบ ผลการวิจัยพบว่า 1. แบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ที่ประมาณค่าพารามิเตอร์ของข้อสอบด้วยวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ในกลุ่มผู้เข้าสอบที่มีความสามารถสูง รองลงไปคือแบบสอบที่ประมาณค่าด้วยวิธีของเบย์และวิธีฮิวริสติก ตามลำดับ ส่วนในกลุ่มผู้เข้าสอบที่มีความสามารถปานกลางและต่ำนั้น แบบสอบที่ประมาณค่าด้วยวิธีของเบย์ มีประสิทธิภาพสูงที่สุด รองลงไปคือ แบบสอบที่ประมาณค่าความสามารถของผู้เข้าสอบทั้ง 3 วิธี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยวิธีของเบย์ ให้ค่าความตรงร่วมสมัยสูงที่สุด รองลงไปคือ วิธีฮิวริสติก หรือวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด 2. แบบสอบความถนัด ที่ประมาณค่าพารามิเตอร์ของข้อสอบด้วยวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ในกลุ่มผู้เข้าสอบที่มีความสามารถสูง รองลงไปคือแบบสอบที่ประมาณค่าด้วยวิธีของเบย์และฮิวริสติก ตามลำดับ ส่วนในกลุ่มผู้เข้าสอบที่มีความสามารถปานกลาง แบบสอบที่ประมาณค่าพารามิเตอร์ข้อสอบด้วยวิธีของเบย์ มีประสิทธิภาพสูงที่สุด รองลงไปคือแบบสอบที่ประมาณค่าด้วยวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด และวิธีฮิวริสติกตามลำดับ แต่ในกลุ่มผู้เข้าสอบที่มีความสามารถต่ำ แบบสอบที่ประมาณค่าพารามิเตอร์ข้อสอบด้วยวิธีของเบย์มีประสิทธิภาพสูงที่สุด รองลงไปคือแบบสอบที่ประมาณค่าด้วยวิธีฮิวริสติก และวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด ตามลำดับ สำหรับความตรงเชิงทำนายที่เป็นผลจากการประมาณค่าความสามารถของผู้เข้าสอบทั้ง 3 วิธี แตกต่างกันอย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยวิธีของเบย์ให้ค่าความตรงเชิงทำนายสูงที่สุด รองลงไปคือวิธีฮิวริสติก และวิธีแมกซิมัมไลค์ลิฮูด ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
วิชุดา บัวคง . (2533). การเปรียบเทียบประสิทธิผลของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ ของแบบจำลองโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ ระหว่างวิธีแมกซิมัมไลค์วิฮูด วิธีฮิวริสติก และวิธีของเบย์ในแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบสอบความถนัด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชุดา บัวคง . 2533. "การเปรียบเทียบประสิทธิผลของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ ของแบบจำลองโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ ระหว่างวิธีแมกซิมัมไลค์วิฮูด วิธีฮิวริสติก และวิธีของเบย์ในแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบสอบความถนัด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชุดา บัวคง . "การเปรียบเทียบประสิทธิผลของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ ของแบบจำลองโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ ระหว่างวิธีแมกซิมัมไลค์วิฮูด วิธีฮิวริสติก และวิธีของเบย์ในแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบสอบความถนัด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533. Print. วิชุดา บัวคง . การเปรียบเทียบประสิทธิผลของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ ของแบบจำลองโลจีสติก 3 พารามิเตอร์ ระหว่างวิธีแมกซิมัมไลค์วิฮูด วิธีฮิวริสติก และวิธีของเบย์ในแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบสอบความถนัด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2533.
|
