| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความไม่เสมอภาคของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| นักวิจัย | : | วิชัย สว่าง |
| คำค้น | : | ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) -- ภาวะเศรษฐกิจ , ความเสมอภาค , การพัฒนาเศรษฐกิจ , land , health |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | มานพ พงศทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2528 |
| อ้างอิง | : | 9745646121 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48357 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528 แนวความคิดเรื่องความไม่เสอมภาคหรือความไม่เท่าเทียมกันนั้นได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณจนมาถึงปัจจุบัน และเป็นที่น่าสนใจของกลุ่มนักวิชาการหลายๆ กลุ่ม ที่พยายามจะชี้ให้เห็นว่าจะเสมอภาคด้วยอะไร มีมาตรการอะไรเป็นตัวกำหนด ทั้งนี้เพื่อจะได้หาแนวทางในการลดช่องว่างให้ลดน้อยลง การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิเคราะห์ตัวประกอบของตัวแปร โดยพิจารณาจากตัวแปร 20 ตัว ในหมวดกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม โดยจำแนกตามลำดับค่าความสำคัญและหาตัวแปรที่สำคัญภายในกลุ่ม ผลของการวิจัย พบว่า ในหมวดค่าคะแนนรวม หมวดเศรษฐกิจ มีความไม่เสมอภาคกันค่อนข้างมาก ในหมวดกายภาพมีการกระจายตัวค่อนข้างสม่ำเสมอว่าทุกๆ หมวด กล่าวคือ มีความไม่เสมอภาคระดับของการพัฒนาหรือความได้เปรียบเสียเปรียบในแง่ของความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เป็นปัจจัยของการผลิตไม่มากนักตลอดจนระบบโครงข่าย การคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างจะสมบูรณ์ในเกือบทุกพื้นที่ความสำคัญส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 50 จะกระจุกตัวอยู่ใน 4 เมืองใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองหลักและเมืองรองของภาคอื่น ได้แก่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี ซึ่งมีความได้เปรียบของที่ตั้ง การสะสมความเจริญที่มีมาในอดีต ส่งผลให้จังหวัดที่ 4 มีระดับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และเป็นศูนย์กลางของการให้บริการทุกๆ ด้านในภูมิภาคนี้ ในการจำแนกกลุ่มจังหวัดตามค่าความแตกต่างสามารถจำนกออกได้เป็น 4 กลุ่ม เรียงตามความสำคัญ คือ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี ตัวแปรที่สำคัญภายในกลุ่ม ได้แก่ จำนวนโรงเรียนมัธยมศึกษา ปริมาณกระแสไฟฟ้า เพื่อการบริการและอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จังหวัด กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดบุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ชัยภูมิ และสุรินทร์ ตัวแปรสำคัญได้แก่ จำนวนสถาบันการเงิน ผลิตภัณฑ์มวลรวม และเนื้อที่เพาะปลูก 2 ครั้ง กลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย จังหวัดสกลนคร นครนม มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และหนองคาย ตัวแปรที่สำคัญได้แก่ จำนวนโรงเรียนประชาบาล จำนวนโรงพยาบาล ปริมาณเงินฝาก กลุ่มที่ 4 ประกอบด้วยจังหวัดยโสธร และเลยเป็นจังหวัดที่มีปัญหาของภาคเป็นอย่างมาก ทั้งมีระดับของการพัฒนาที่ต่ำ และยังต้องพึ่งพาการบริการจากเมืองที่อยู่รอบ ในการวางแผนภาคตะวันออกเฉียงเหนือควรจะใช้เมืองหลัก และเมืองรองทั้ง 4 จังหวัด เป็นตัวรับและกระจายความเจริญจากส่วนกลางไปสู่จังหวัดในภูมิภาคที่ต่ำกว่า เพื่อผลของการกระจายนี้จะได้ไปได้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ |
| บรรณานุกรม | : |
วิชัย สว่าง . (2528). การศึกษาความไม่เสมอภาคของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชัย สว่าง . 2528. "การศึกษาความไม่เสมอภาคของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชัย สว่าง . "การศึกษาความไม่เสมอภาคของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528. Print. วิชัย สว่าง . การศึกษาความไม่เสมอภาคของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2528.
|
