อัญมณีกลางหุบเขา จากค่าย 'แม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์'
อัญมณีกลางหุบเขา จากค่าย 'แม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์'
"แม้แปลกถิ่น แต่มิใช่คนแปลกหน้า" เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีที่ได้มาเยือนจังหวัดแห่งนี้แม่ฮ่องสอน เป็นเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ งดงามบ้านเรือนไม้เรียงชิดติดกัน เบียดเสียดแต่ไม่เบียดเบียนความอึดอัด จนบดบังทัศนียภาพภายในเมือง มีถนนปูนซีเมนต์ตัดผ่านทุกที่ ไปมาหาสู่กันโดยง่าย เพียงใช้จักรยานหรือรถยนต์ไปถึงจุดหมายแค่ 5-10 นาที เพราะเส้นทางเชื่อมต่อกันหมด ทั้งโรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และถนนคนเดิน
แต่ด้วยความที่มีลักษณะเป็นเมืองปิด ทำให้ติดต่อสื่อสารกับภายนอกอย่างยากลำบาก เหตุนี้เองที่ทำให้เกิด "โครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์" ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมมือกับองค์บริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 แล้ว
ด้วยเป้าหมายที่วางไว้คือ ให้ ครู อาจารย์ เด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาได้สัมผัสและเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างครบครัน ผลิตทรัพยากรบุคคลให้มีศักยภาพทางด้านการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งส่งเสริมด้านการสร้างสรรค์ดิจิตอลอาร์ต สร้างงานให้คนในท้องถิ่น และสร้างเครือข่ายไปยังภายนอกเพื่อทำให้เกิดงานที่ทำได้ตลอดปี
ผลสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรมจากครั้งที่ผ่านมา คือนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่เข้าโครงการ มีอัตราการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในอัตราที่สูงขึ้น
และมีผลงานดิจิตอลอาร์ตที่เผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมของ จ.แม่ฮ่องสอน โดยฝีมือของนักเรียน
กว้าน สีตะธนะ หัวหน้าโครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์ บอกว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากปัญหาที่ผู้ปกครองไม่ให้ความสำคัญให้บุตรหลานสนใจเรื่องเทคโนโลยี เพราะเห็นว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพ เช่น ทหาร ตำรวจ และครู ด้วยเหตุนี้จึงต้องการให้เด็กมัธยมศึกษาในจังหวัดได้เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างครบวงจร
เพราะเทคโนโลยีสามารถเป็นสื่อในการเรียนการสอนที่สำคัญ นำมาประยุกต์เชื่อมโยงเป็นประโยชน์ต่อการสร้างอาชีพ เช่น การทำเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน และงานสร้างสรรค์งานภาพยนตร์ อีกทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น
"เราเริ่มต้นโดยนำนักเรียนจากหลายโรงเรียนใน จ.แม่ฮ่องสอน คัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 มาเริ่มปลูกฝังให้มีพื้นฐานความรู้เรื่องสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมจัดอบรมให้มาเข้าค่ายที่ทางเนคเทคจัดขึ้น ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้และมหาวิทยาลัยศรีปทุม และให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้พื้นฐานผ่านการอบรมในปีที่ผ่านมา ได้สมัครเข้าร่วมโครงการไอทีวัลเล่ย์เพื่อพัฒนาศักยภาพ และใช้เป็นแฟ้มสะสมผลงานเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ต่อไป ซึ่งพบว่าในแต่ละปีมีนักเรียนใน จ.แม่ฮ่องสอน ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น
"ต้องการสอนเด็กให้เป็น Developtor ไม่ใช่เพียง User ต้องเข้าใจและสามารถใช้ความรู้ในด้านไอทีมาประกอบอาชีพต่อไปได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้ปกครองที่ไม่เห็นว่าเรื่องสื่อไอทีเป็นเรื่องสำคัญ และให้เด็กได้เลือกทำสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง" ดร.กว้านกล่าว
ดังเช่นงานสร้างสรรค์ดิจิตอลอาร์ตที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจัดแสดงอยู่ในขณะนี้
ธัญศญา เครือวงษา เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป งานพัฒนาไอทีในเขตพื้นที่ บอกว่า สำหรับในโครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์ เมื่อเยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงาน มีการจัดประกวดแข่งขันตัดสินเรียบร้อยแล้วก็จะนำมาจัดแสดงที่หอศิลปะมีชีวิต และหอศิลปวัฒนธรรม "หญ่านศิลป์" เพื่อให้ผลงานได้เปิดกว้างแก่ผู้ที่เข้ามาชมที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวชมเมืองแม่ฮ่องสอนและหอศิลป์ที่จัดแสดงงานศิลปะล้ำค่า
"หญ่านศิลป์" เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า เกิดจากสติปัญญา
เกิดขึ้นจากเครือข่ายศิลปินใน จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะในชุมชนสำหรับท้องถิ่น ให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงผลงาน และเมื่อค่ายไอทีวัลเล่ย์จัดโครงการดิจิตอลอาร์ตขึ้น เพื่อส่งเสริมการสร้างกิจกรรมศิลปะให้เกิดขึ้น ก็ใช้หญ่านศิลป์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางรวบรวมงานศิลปะ
สำหรับการจัดประกวดของค่ายในครั้งนี้ กำหนดให้สร้างสรรค์ผลงานภายใต้หัวข้อ "แม่ฮ่องสอนบ้านฉัน เที่ยวได้ทั้งปี"
นภนต์ คุณะนิติสาร หัวหน้าสาขาการออกแบบอินเตอร์แอคทีฟและเกมส์ คณะดิจิตอลมีเดียและเกมส์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมที่มาร่วมให้ความรู้ว่า คณะดิจิตอลมีเดียได้เข้ามาเพิ่มศักยภาพให้กับ จ.แม่ฮ่องสอน เพราะเห็นว่าการนำเทคโนโลยียังไม่นำมาประยุกต์เป็นอาชีพได้ จึงอยากให้กลุ่มนักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ไม่ใช่มีเพียงอาชีพครู ทหาร ตำรวจ เท่านั้น
"เราอยากสะท้อนธรรมชาติในตัวเด็กให้ออกมา กระตุ้นความคิดและมุมมองใหม่ๆ รู้สึกประทับใจที่เห็นว่าเด็กมีทักษะทางด้านศิลปะเกินที่คิดไว้ จึงตัดสินใจที่จะมาชี้แนะแนวทางอาชีพให้แก่เด็กได้เปิดกว้างมากขึ้น สามารถฝึกให้พัฒนางานทางด้านดิจิตอลได้
"เห็นได้จากผลงานที่นำมาจัดแสดงยิ่งทำให้มั่นใจว่า เด็กมัธยมในแม่ฮ่องสอนมีความตั้งใจ จากที่ไม่เคยสัมผัสเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เมื่อได้สัมผัสก็เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวและสามารถนำไปต่อยอดได้อีก จึงอยากเป็นผู้ชี้แนะ
ให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพตนเองไปได้อย่างถูกทาง" อาจารย์จาก ม.ศรีปทุมกล่าว
และนี่คือการร่วมด้วยช่วยกันค้นหา "อัญมณีกลางหุบเขา" ก่อนจะช่วยกันเจียระไนให้งดงาม
ยกตัวอย่าง ผลงานหนึ่งที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์ ชื่อเรื่อง ขุนสามลอ นางอุเปี่ยม เป็นเรื่องเล่าที่กล่าวขานมานานของชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องเล่าตำนานส่งผ่านมาเป็นทอดๆ เกี่ยวกับความรัก ความแค้นที่สะท้อนให้ลูกหลานรู้จักสำนึกรักบ้านเกิด อีกผลงานหนึ่งเกี่ยวกับดิจิตอลอาร์ต ประเภทสื่อการเรียนการสอนหรือแอพพลิเคชั่น เรื่อง ดอกบัวตอง บนยอดดอยแม่อูคอ ที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาพร้อมทั้งความสวยงามของดอกบัวตองผ่านแอพพลิเคชั่น
และยังมีอีกหลากหลายผลงานที่น่าสนใจซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะกระตุ้นให้การพัฒนา จ.แม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
พิสูจน์ผลงานดิจิตอลอาร์ตของเยาวชนซึ่งประดุจดั่ง "อัญมณีกลางหุบเขา" ได้ที่หอศิลปะ "หญ่านศิลป์" ในงาน "Mae Hong Son Digital Art Festival 2014" ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 19 มีนาคม 2557
แหล่งที่มา : จันทพิมพ์ ศุกรสุต. (2557). อัญมณีกลางหุบเขา จากค่าย 'แม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์'. มติชน (กรอบบ่าย). ฉบับวันที่ 06 กุมภาพันธ์, หน้า 21.
